ดอกเบี้ยลอยตัว vs คงที่ เลือกแบบไหนดี
เปรียบเทียบดอกเบี้ยลอยตัวและคงที่แบบละเอียด รวมความหมายของ MRR MLR MOR และคำแนะนำเลือกตามโปรไฟล์ผู้กู้แต่ละแบบ
เปรียบเทียบดอกเบี้ยลอยตัวและคงที่แบบละเอียด รวมความหมายของ MRR MLR MOR และคำแนะนำเลือกตามโปรไฟล์ผู้กู้แต่ละแบบ
หนึ่งในคำถามที่คนจะกู้บ้านเจอแน่นอน — "เลือกดอกเบี้ยลอยตัวหรือคงที่ดี?" คำตอบไม่ได้มีแบบเดียว ขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของคุณ ความสามารถในการรับความเสี่ยง และทิศทางดอกเบี้ยในตลาด
บทความนี้จะเทียบทั้งสองแบบให้เห็นชัด พร้อมแนะนำว่าใครเหมาะกับแบบไหน
ดอกเบี้ยคงที่คืออัตราที่ตายตัวตามที่ตกลงในสัญญา ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนยังไง ค่างวดของคุณจะเท่าเดิมตลอดช่วงโปรโมชั่น
ตัวอย่าง: ธนาคาร A เสนอ "ดอกเบี้ย 3.0% คงที่ 3 ปีแรก" หมายถึง 3 ปีแรกคุณจะจ่ายดอกเบี้ย 3% เท่ากันทุกเดือน หลังครบ 3 ปีจะเปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยลอยตัว (เช่น MRR − 1.5%)
ดอกเบี้ยลอยตัวจะผูกกับอัตราอ้างอิงของธนาคาร ที่เรียกว่า MRR/MLR/MOR และจะเปลี่ยนตามที่ธนาคารประกาศ
ตัวอย่าง: ธนาคาร B เสนอ "ดอกเบี้ย MRR − 1.5%" หาก MRR ของธนาคารตอนนั้นอยู่ที่ 6.55% ดอกเบี้ยที่คุณจ่ายคือ 5.05% — ถ้า MRR ขึ้นเป็น 6.75% ดอกเบี้ยจะกลายเป็น 5.25% ทันที (ค่างวดอาจจะปรับขึ้นด้วย)
ทั้งสามตัวคืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารแต่ละแห่งประกาศกำหนดเอง — ไม่ใช่ดอกเบี้ยตลาดเดียวกัน ต่างกันที่ "กลุ่มลูกค้า":
อัตราขั้นต่ำสำหรับ ลูกค้ารายย่อย ใช้กับสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล
อัตราเฉลี่ยปี 2026 ของธนาคารใหญ่ๆ:
สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ใช้ MRR เป็นอัตราอ้างอิงและให้ส่วนลดในรูป "MRR − x%"
อัตราขั้นต่ำสำหรับ ลูกค้ารายใหญ่ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ ปกติต่ำกว่า MRR ราว 0.5-1%
อัตราขั้นต่ำสำหรับ สินเชื่อเบิกเกินบัญชี (OD) ไม่ค่อยใช้กับสินเชื่อบ้าน
สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ในไทยจริงๆ ไม่ได้เป็น "คงที่ล้วน" หรือ "ลอยตัวล้วน" แต่เป็นแบบผสม:
โครงสร้างนี้เป็นเหตุผลที่หลายคนรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี — พอหมดโปรคงที่ ดอกเบี้ยลอยตัวจะกระโดดขึ้นเยอะ การย้ายไปธนาคารใหม่ที่ให้โปรโมชั่นใหม่อีกครั้งจะช่วยกดดอกเบี้ยเฉลี่ยให้ต่ำลง
| หัวข้อ | คงที่ | ลอยตัว |
|---|---|---|
| ดอกเบี้ยช่วงโปรโมชั่น | 3.0-3.5% | 2.5-3.0% |
| ดอกเบี้ยระยะยาว | ไม่มี | 4.5-6% |
| ค่างวด | คงที่ | เปลี่ยนได้ |
| ระยะเวลา | 1-5 ปี | ตลอดอายุสัญญา |
| ความเสี่ยง | ต่ำ | กลาง-สูง |
เริ่มต้นด้วยคงที่ก่อนเพื่อให้คุ้นชินกับการผ่อน คำนวณงบประมาณได้แน่นอน หลังพ้น 3 ปีค่อยพิจารณารีไฟแนนซ์
มีเงินสำรอง 6-12 เดือนของค่างวด พร้อมรับมือกับการขึ้นของดอกเบี้ย ได้ประโยชน์จากอัตราเริ่มต้นที่ต่ำกว่า
บางธนาคารมีแพ็คเกจคงที่ 5-7 ปี อัตราอาจจะสูงกว่าแพ็คเกจ 3 ปีเล็กน้อย แต่แลกกับความสบายใจตลอด 5-7 ปี
ถ้าวางแผนว่าจะรีไฟแนนซ์ใหม่ทุก 3 ปีอยู่แล้ว เลือกคงที่ 3 ปีกินโปรโมชั่นไปก่อน
อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยช่วงต้นปี 2026 อยู่ที่ราว 2.25% ลดลงจาก 2.50% ในปี 2025 หลายธนาคารทยอยลด MRR ตามลงมา
นั่นแปลว่า:
Q: ดอกเบี้ยคงที่หมดโปรแล้วจะเป็นยังไง?
A: เปลี่ยนเป็นลอยตัวอัตโนมัติ ปกติ MRR − x% ตามที่ระบุในสัญญา ส่วนใหญ่ลอยตัวจะแพงกว่าโปรคงที่เดิมประมาณ 1-2%
Q: เปลี่ยนจากลอยตัวเป็นคงที่ระหว่างผ่อนได้ไหม?
A: ปกติทำไม่ได้ภายในธนาคารเดิม — ต้อง refinance ไปธนาคารใหม่ที่ให้แพ็คเกจคงที่
Q: ทำไมธนาคารแต่ละแห่ง MRR ไม่เท่ากัน?
A: เพราะแต่ละธนาคารมีต้นทุนเงินทุนต่างกัน บางที่มีฐานเงินฝากต้นทุนต่ำกว่า ก็ปล่อยกู้ได้ MRR ต่ำกว่า
ไม่มีคำตอบที่ถูกตลอด การเลือกขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณ — สำหรับคนส่วนใหญ่ในไทย โครงสร้างที่ใช้ได้ดีคือ คงที่ 3 ปี → รีไฟแนนซ์ → คงที่ 3 ปีอีกรอบ เพื่อกินโปรโมชั่นและกดดอกเบี้ยเฉลี่ยให้ต่ำลง
ก่อนตัดสินใจ ลองคำนวณค่างวดทั้งสองแบบเทียบกันดู หรือถ้ากำลังคิดจะย้ายแบงก์ ไปดูเครื่องคำนวณรีไฟแนนซ์ของเราเพื่อประเมินว่าคุ้มไหม
ลองใช้เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
เปิดเครื่องคำนวณ →เข้าใจสูตร PMT ที่ธนาคารใช้คำนวณค่างวดผ่อนบ้าน พร้อมตัวอย่างเลขจริง 3 กรณี และเทคนิคลดดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสินเชื่อ
รีไฟแนนซ์บ้านได้ผลแค่ไหน? บทความนี้รวมกฎ 3 ปี ค่าใช้จ่ายแฝงทุกอย่าง และ checklist 7 ข้อก่อนตัดสินใจย้ายธนาคาร
เกณฑ์ DSR ของแต่ละธนาคาร ปัจจัยที่มีผลต่อการอนุมัติ และตัวอย่างกู้ได้เท่าไหร่จากเงินเดือน 20K 30K 50K 100K พร้อมเทคนิคเพิ่มวงเงินอนุมัติ